จะเป็นอย่างไร เมื่อพนักงานออฟฟิศที่ความอดทนมีขีดจำกัด
พวกเขากำลังมองหาซอฟต์แวร์บนเน็ตมาใช้เอง โดยไม่ต้องรอฝ่ายไอทีอีกต่อไป

เหล่าพนักงานออฟฟิศหลายคนกำลังกลัวว่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ต้องใช้ในการทำงานของพวกเขาจะทำงานไม่ราบรื่น...

อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่จำเป็นต้องพึ่งบรรดาช่างคอมพิวเตอร์ หรือพนักงานจากฝ่ายไอที เพื่อให้ช่วยเลือกซอฟต์แวร์ที่ต้องใช้ในการทำงานอีกต่อไป แต่ตรงกันข้าม พวกเขารู้แล้วว่าจะหามันมาได้อย่างไร อย่างง่ายๆ

ผู้สังเกตการณ์เรียกปรากฏการณ์นี้ว่าเป็น consumerization ซึ่งเป็นการที่พนักงานออฟฟิศจะไม่รอฝ่ายไอทีเพื่อให้ช่วยเหลือเรื่องซอฟต์แวร์ต่างๆ อีกต่อไปแล้ว

“รีเบกก้า เวทเทอมานน์” นักวิเคราะห์ซอฟต์แวร์จากบริษัทนิวเคลียส รีเสิร์ช กล่าวว่า จากผลการสำรวจจากบริษัทของเธอ ในการสำรวจด้านเทคโนโลยีที่ใช้ในองค์กร มักพบคำถามเหล่านี้อยู่ในผลสำรวจบ่อยครั้ง เช่น “ทำอย่างไรฉันถึงจะทำในสิ่งที่อยากทำได้ โดยไม่ต้องรอฝ่ายไอทีอนุญาต

สิ่งเหล่านี้กลายเป็นความท้าทายของธุรกิจซอฟต์แวร์ของไมโครซอฟต์ และอาจจะเป็นเหตุผลที่ไม่น่าพึงใจที่สุด ที่ทำให้ไมโครซอฟต์ต้องพยายามซื้อ “ยาฮู” ที่มีฐานสมาชิกที่แข็งแกร่งกว่า 500 ล้านราย มาไว้ในครอบครอง

คนทั่วไปที่ไม่ใช่พนักงานจากหน่วยงานทางด้านไอที กำลังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการนำเทคโนโลยีมาใช้” รายงานจากฟอร์เรสเตอร์รีเสิร์ช

ในรายงานของฟอร์เรสเตอร์ ยังได้กล่าวถึงการขับเคลื่อนไปสู่การควบคุมโดยผู้ใช้ (user control) และการควบคุมได้เองโดยแต่ละบุคคล (individual empowerment) ว่าปรากฏการณ์ทั้งสองเรียกว่า "Technology Populism" หรือที่อีกหลายคนเรียกว่า Office 2.0 (มาจากปรากฏการณ์ Web 2.0) และที่ยิ่งไปกว่านั้น จากข้อมูลของบริษัทที่ปรึกษา “แยงกี้ กรุ๊ป” ได้รายงานไว้ในรายงานประจำปี 2007 โดยเรียกว่า "Zen and the Art of Rogue Employee Management" และมองว่าปรากฏการณ์นี้กำลังเป็นอันตรายอย่างใหญ่หลวงต่อผู้บริหารทางด้านไอที

จุดอ่อนของไมโครซอฟต์ และความได้เปรียบของยาฮู

ผู้บริโภคเหล่านี้ได้เข้าสู่ชีวิตการทำงานอย่างเป็นปกติ โดยมีความรู้ความเข้าใจและมั่นใจในตัวเองเป็นอย่างมากทีเดียว และเหล่าผู้กล้าหาญเหล่านี้พยายามอย่างยิ่งที่จะหลีกเลี่ยง “Help Desks” (ทีมงานซัพพอร์ตด้านไอทีของบริษัท) ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ทั้งนี้ก็เพราะว่าบริการแบบ Web-based มักมีให้ใช้บริการฟรีหรือชาร์จเพียงน้อยนิด ประกอบกับการถูกควบคุมงบประมาณในโครงการต่างๆ ของบริษัท ที่มักโดนกำหนดหรือถูกตัดออกโดยผู้บริหาร ทำให้เป็นเรื่องยากมากสำหรับพวกเขา

ผู้บริหารฝ่ายไอทีของบริษัทมักทำตัวเป็นผู้กลั่นกรองข้อมูลให้บริษัท และซอฟต์แวร์ที่พวกเขาจัดหามาให้บริษัทก็มักเป็นซอฟต์แวร์ที่คนทั่วไปใช้งานและทำอะไรกับมันไม่ได้มากนัก” เวทเทอมานน์ กล่าว “อำนาจแบบนั้น (การควบคุมโดยศูนย์กลาง) กำลังจะหายไปแล้ว”

และนี่คือความเสี่ยงของผู้ผลิตซอฟต์แวร์ ด้วยความง่ายของเวบไซต์สมัยใหม่ที่ให้คนทั่วไปเข้าไปเพิ่มเติมหรือดึงลูกเล่นต่างๆ มาใช้ได้เอง ซึ่งสร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้แก่ไมโครซอฟต์ ซึ่งเป็นบริษัทที่เติบโตและร่ำรวยมาจากการขายซอฟต์แวร์ให้แก่องค์กรต่างๆ ซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นต่อไปของไมโครซอฟต์กำลังจะถูกนำมาทดลองในปี 2009

“บริษัทซอฟต์แวร์อย่างไมโครซอฟต์ไม่สามารถรับประกันเกี่ยวกับสินค้าในอนาคตได้อีกต่อไป และทำให้ลูกค้าต้องรอไปเรื่อยๆ” เวทเทอมานน์ กล่าว “เมื่อวันนี้มีอะไรที่เราสามารถหาได้เองบนเวบ และตรงกับความต้องการของเรา อย่างน้อยก็สัก 70% แล้วเราจะรออะไรกันอีกล่ะ?"

ไมโครซอฟต์และคู่แข่งอย่างกูเกิ้ล กลายเป็นคู่ต่อกรที่มีความต่างกันอย่างสุดขั้วในการรับมือกับพนักงานที่ต้องการอะไรที่มากกว่าเทคโนโลยีพื้นๆ ของบริษัท

กูเกิ้ลพุ่งเป้าหมายไปที่ผู้ใช้งานทางธุรกิจทั่วไป โดยพยายามดึงดูดความสนใจไปที่กลุ่มผู้ใช้งานที่กำลังหงุดหงิดเหล่านี้โดยตรง

แต่ยาฮูที่มีความคล้ายกูเกิ้ล ในแง่ของบริการทางเวบ การมุ่งเป้าหมายไปที่ผู้ใช้งาน และการใช้เทคโนโลยีแบบโอเพ่นซอร์ส อาจทำให้ไมโครซอฟต์ต้องหาทางสปีดตัวเองเข้ามาในทิศทางนี้ หากประสบความสำเร็จจากการเข้าซื้อยาฮู และรักษาฐานลูกค้าของยาฮูเอาไว้ได้

เบื้องหลังการเสิร์ชและการโฆษณา

ไมโครซอฟต์มองว่าการเข้าไปขอซื้อยาฮูนั้นเป็นหนทางที่เร็วที่สุดในการตั้งตัวเป็นคู่แข่งในด้านการเสิร์ชและการโฆษณาที่น่ากลัวที่สุดของกูเกิ้ล ทั้งนี้เป็นเพราะยักษ์ใหญ่ไมโครซอฟต์พยายามทำทุกวิธีทางที่จะป้องกันไม่ให้ “เวบเซอร์วิส” เข้ามามีผลกระทบใดๆ ต่อบริษัท

“เรย์ ออสซีย์” ที่เข้ารับตำแหน่ง Chief software architect ต่อจากบิลล์ เกตส์ ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟต์ กล่าวในงานประชุมดีเวลลอปเปอร์ ที่จัดขึ้นในลาส เวกัส ในอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า “เวบ” คือศูนย์กลางของทุกอย่างที่ไมโครซอฟต์กำลังทำอยู่

“ทุกแอพพลิเคชั่น ทั้งของเราและของผู้อื่น จะร่วมกันสร้างลักษณะต่างๆ ที่จะมีผลต่อเวบ” เขากล่าว “การเชื่อมโยง การแบ่งปัน การจัดอันดับ การติดตามเวบต่างๆ จะกลายเป็นสิ่งที่พวกเราคุ้นเคยเหมือนกับฟังก์ชั่น File, Edit และ View บนพีซี” เขากล่าว

การร่วมกันกับยาฮูจะทำให้ไมโครซอฟต์มี “คนที่มีความคิดสร้างสรรค์ และขุมทรัพย์ออนไลน์ที่น่าสนใจ” เขากล่าว

ส่วนวิธีของกูเกิ้ลนั้น “เดฟ จีราด” ผู้จัดการทั่วไปของฝ่ายธุรกิจ จากกูเกิ้ล อธิบายว่าคือการขายไอเดีย “เวบ เซอร์วิส” ให้แก่องค์ธุรกิจ, โรงเรียน และหน่วยงานภาครัฐต่างๆ

ในการพูดคุยครั้งล่าสุดเกี่ยวกับการที่มีเวบไซต์ใหม่ๆ ออกมาให้บริการซอฟต์แวร์ต่างๆ สำหรับธุรกิจ จีราดกล่าวว่ากลยุทธ์ของกูเกิ้ลคือการพยายามทำให้นักไอทีที่เชี่ยวชาญทั้งหลายหลุดออกไปให้พ้นทางทันทีที่สามารถทำได้

ไอเดียของสินค้านี้ก็คือการทำให้นักไอทีไม่ต้องทำอะไรเลย ยกเว้นเสียแต่ว่า ให้ยูสเซอร์ของเขาทำเอง” จีราด กล่าว

เขากล่าวว่า การมุ่งเน้นไปที่ผู้ใช้งานรายย่อยแทนกลุ่มนักไอทีเป็นแนวคิดที่ได้รับมาจากผู้ร่วมก่อตั้งกูเกิ้ลวัย 34 ปี “เซอร์จีย์ บริน” และ “แลร์รี่ เพจ”

“ทั้งเซอร์จีย์ และแลร์รี่ ไม่เห็นอุปสรรคที่กั้นระหว่างผู้บริโภคและธุรกิจ ดังที่พวกเราส่วนใหญ่มักมองเห็นกัน” จีราด กล่าว “พวกเขาเพียงแต่คิดว่ายูสเซอร์ก็คือยูสเซอร์ และพวกเขาก็ต้องการทำอะไรที่ใหญ่ๆ ให้ยูสเซอร์เหล่านั้นได้ใช้”

 

 

จากสำนักข่าวรอยเตอร์ By Eric Auchard

เรียบเรียงโดย กมลวรรณ มักการุณ

 

ที่มา : http://www.bangkokbizweek.com/20080302/itfor/index.php?news=column_25916940.html

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry